Accomtour’s Weblog

November 13, 2008

พนมเปญ

Phnom Penh

พนมเปญ

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

เจดีย์อุดง

Oudong

คำว่า ” อุดง “ มีความหมายว่า ชัยชนะ เจดีย์อุดง ตั้งอยู่บนยอดเขา มีความสูงประมาณ ๒๐๐ เมตร มีถนนลาดยาง ขึ้นไปจนเกือบ ถึงยอดบนสุด ของภูเขา ด้านบน มีที่จอดรถ มีบันไดปูน ความสูงประมาร ๒๐๐ เมตร เดินเท้าขึ้นไป ยังบนสุดของ องค์เจดีย์ ทั้งสามองค์ ซึ่งเป็น ที่บรรจุ พระบรมอัฐิธาตุ ของเจ้ามณีวงศ์ เจ้านโรดม และ พระเจ้าสุริโยพรรณ (กษัตริย์เขมรศตวรรษที่ ๑๗) อยู่ภายใน จากบนยอดสุดของเจดีย์อุดง สมารถมองเห็น ทิวทัศน์ท้องไร่ท้องนา ของประเทศกัมพูชา ตลอดจน เห็นกรุงพนมเปญ ซึ่งอยู่ห่างออกไป ๓๕ กิโลเมตร

เจดีย์อุดง เป็นที่เคารพ เลื่อมใส ของชาวเขมรทุก ๆ วัน จะมีประชาชนจำนวนมาก มากราบไหว้ บูชามากมาย

พระบรมมหาราชวัง (พระราชวังเขมริทร์)

Royal Palace

ชาวเขมร เรียกว่า ” พระราชวังเขมริทร์ “ ด้านหน้า พลับพลาที่ประทับ มีพระบรมรูปของ เจ้านโรดมสีหมุนี ประดิษฐานอยู่ เขตพระราชสุสานชั้นใน ในปัจจุบันนี้ ยังคงใช้เป็นที่ประทับ ของพระมหากษัตริย์ เป็นเขต หวงห้าม พระราชวังเขมรินทร์ สร้างขึ้น ตามรูปแบบศิปละเขมร โดยความช่วยเหลือ ของฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. ๑๘๖๖ ใช้เป็น ที่ประทับของ เจ้านโรดมสีหนุ นับจาก พระองค์เสด็จนิวัติ สู่กรุงพนมเปญในปี ๑๙๙๒ เป็นต้นมา

เปิดให้นักท่องเที่ยว เข้าชมเวลา ๐๗.๓๐ – ๑๑.๐๐ และ ๑๔.๐๐ – ๑๗.๐๐ ทุกวัน

ค่าเข้าชม ท่านละ ๓ usd , ค่ากล้องถ่ายรูป ท่านละ ๒ usd

วัดพระแก้ว

Silver Pagoda

หรือ พระเจดีย์เงิน ภายในประดิษฐาน พระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมือง ของกัมพูชา มีพระพุทธรูป ประดิษฐาน ๒ องค์ คือ พระแก้วมรกต สมัย ศตวรรษที่ ๑๗ และ พระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ หนัก ๙๐ กิโลกรัม ประดับด้วย เพชร ๙,๕๘๔ เม็ด เม็ดใหญ่ที่สุดหนัก ๒๕ กะรัต สมเด็จเจ้านโรดม สร้างขึ้นใน ปี ค.ศ. ๑๘๙๒ ต่อมา ในสมัย สมเด็จ เจ้านโรดมสีหนุ ได้มีการสร้างขยาย ต่อเติมออกไป อีก ในปี ค.ศ. ๑๙๖๒ ด้านขวามือ ของพระบรมมหาราชวัง มีตึกเก่า สมัยโคโลเนียล สีเหลือง สลับขาว เป็นที่ทำการ ขององค์การสหประชาชาติ
อาคารพิพิธภัณฑ์สภานแห่งชาติ ของกัมพูชา เป็น อาคารสีแดงสด รูปทรงคล้ายวัด อยู่ติดกับ พระบรมมหาราชวัง ภายใน เก็บรวบรวม โบราณวัตถุล้ำค่า ของกัมพูชา ตั้งแต่ยุคเก่า ที่สุดราว ๑,๕๐๐ ปี จนถึง ศิลปสมัยบายน เมื่อ ๘๐๐ ปี ที่ผ่านมา (ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด)
ค่าเข้าชม ท่านละ ๓ usd
เปิดให้นักท่องเที่ยว เข้าชมเวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ ทุกวัน

วัดพนม

Wat Phnom

wat-phnom-phnom-penh

ตั้งอยู่ บนเนินเขา มีความสูงประมาณ ๒๗ เมตร ประตูทางเข้า หันหน้าไปทางทิศ ตะวันออก มีนาฬิกาขนาดยักษ์ แขวนอยู่ ด้านหน้า ทางขึ้น มีบันไดนาค แต่ไม่สุงมากนัก วัดพนม เป็นที่รวบรวมความเชื่อต่าง ๆ เป็นวัดใน นิกายเถรวาท วิหารใหญ ่สร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. ๑๙๒๖ ภายในวิหาร มีภาพจิตกรรม ฝาผนัง วาดเป็นเรื่องรามเกียรติ์ ลานหน้าวัดทิศใต้ มีศาลาหลังเล็ก ๆ ใช้ตั้งรูปปั้น ของยายเป็ญ หรือ ยายเพ็ญ ผู้ก่อตั้ง วัดแห่งนี้

ตลาดกลางซาตามัย

Phsav Thmey

the-central-market

ตลาดซาตามัย (สวนจตุจักรแห่งกรุงพนมเปญ) ตลาดแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๓๙ สมัยกัมพูชา ยังเป็นอาณานิคม ของฝรั่งเศส ลักษณะโครงสร้าง เป็นสไตล์ฝรั่งเศส (อาร์ตเดโก) ทาสีเหลืองซึ่งเป็นสียอดนิยมในกัมพูชา แผนผังของตลาดกลาง ทำเป็นรูป กากบาท มีปีกอาคาร ยื่นออกมาจากโดม ที่ตั้งอยู่กึ่งกลาง มองดูคล้าย ทรงซิกกูแรต ของพวกบาบิโลน สิ้นค้าภายในตลาด ส่วนใหญ่ มาจากไทย จีน เวียดนาม บริเวณโดยรอบตลาด เป็นตลาดต้นไม้ และ ไม้ดอก คล้ายปากคลองตลาดบ้านเรา

คุกตวลสเลง

Toul Sleng

หรือค่าย S-๒๑ ตั้งขึ้น ในสมัยเขมรแดง ค.ศ. ๑๙๗๕ – ๑๙๗๘ (Toul Sleng Genocide Musem ) คุกนี้เดิม เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ ของรัฐบาล หลังจาก ันที่ ๑๗ เมษายน ค.ศ. ๑๙๗๕ เขมรแดง ได้รับชัยชนะ พอลพต ได้สั่ง ปิดโรงเรียนแห่งนี้ โดยยึด เอาอารคารทั้งหมด เป็นกองบัญชาการ เรียกว่า (S-๒๑) ถือว่า เป็นกองบัญชาการ ที่ใหญ่ที่สุด ของเขมรแดง จากนั้น ดัดแปลง โดยสร้างรั้ว ขึ้นมาใหม่สองชั้นให้มิดชิด แข็งแรง ไม่ผิดกับคุก แถมยังขึงรวดหนาม ปล่อย กระแสไฟฟ้า ไว้กันนักโทษ จากนั้น นำผู้ต้องสงสัย คือ คนเขมร ระดับปัญญาชน อาทิ ครูอาจารย์ ข้าราชการ พ่อค้า ตลอดจน ประชาชนตาดำ ๆ มาสอบสวน และทรมานจนตายคาคุก หรือไม่ก็ส่งไป แดนประหารเจียงเอ็ก ซึ่งอยู่ ห่างออกไป ทางทิศ ตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ภายในคุกตวลสเลง ประกอบด้วย อาคารเรียน ๓ ชั้น เป็นรูป ตัวยู อาคาร ๒ หลังแรก ทาสีเหลืองซีด ๆ สภาพเก่าคร่ำคร่า ขาดการบูรณะ ซึ่งเป็น นโยบายของรัฐบาล ให้คงสภาพเดิม ๆ ไว้มากที่สุด เพื่อสะท้อน ให้เห็น ความโหดร้าย ของสงคราม ที่คนในชาต ิกระทำต่อ คนชาติเดียวกันเอง

อาคาร A เป็น คุกสอบสวน มีเตียงวางอยู่กลางห้อง พร้อมโซ่ตรวน แสดงว่า เหยื่อถูกล่ามโซ ่อยู่คนเดียวตลอดเวลา ข้างเตียง มีกระป๋องสังกะสีเก่าคร่ำคร่า ใบหนึ่ง คงใช้เป็นที่ ถ่ายหนักเบา ห้องเรียน ถูกก่อกำแพงกั้น ซอยออก เป็น ๑๐ ห้อง ไว ้คุมขังเดี่ยว

tuol-sleng-museum-museum-of-genocide

อาคาร B ตามฝาผนัง มีรูปของเหยื่อ ผู้เคราะห์ร้าย อยู่นับเป็นรัอย ๆ คน สายตา แต่ละคนแสดงถึง ความท้อแท้สิ้นหวัง ด้านล่าง มีตู้กระจกขนาดใหญ่ ภายใน ตู้กองสุมด้วยเสื้อผ้า ของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เอาไว้เต็มตู้ พร้อมกับ กลิ่นอับ ของเสื้อผ้า ที่เก็บไว้ นานหลายสิบปี เดินเข้าไปดู ตามห้องต่าง ๆ คล้าย ห้องแสดงภาพเขียน ของจิตกร เพราะ ตามผนัง มีภาพเขียนสีน้ำมัน แขวนอยู่ เต็มห้องไปหมด ภาพเขียน เหล่านี้ แสดงถึง วิธีการทารุน และการฆ่า ที่เขมรแดง กระทำ ต่อผู้เคราะห์ร้าย ชาวเขมรด้วยกันเอง

camb2950tuol-sleng-genocide-museum1

าคาร C ห้องสุดท้าย มีแผนที่ประเทศกัมพูชา ทำด้วยกระโหลกศรีษะ ชาวเขมรนับร้อย ตรงกลางคือ โตนเลสาบ แดงเป็นสีเลือด

ค่าเข้าชม ท่านละ ๒ usd
เปิดให้นักท่องเที่ยว เข้าชมเวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ ทุกวัน

ทุ่งสังหารเจียงเอ็ก

Cheung Ek Memorial

ห่างจากพนมเปญ 15 กิโลเมตร หรือที่รู้จักกันว่า ” Killing Fields ” ภาพถนนทรุดโทรมมาก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังจาก ที่ทรมาร ผู้เคราะห์ร้ายแล้ว ก็นำมา สังหารที่นี้ ชาวเขมรแดง หรื“Khmer Rouge” เขมรแดง ยึดอำนาจจาก นายพล ลอนนอลได้ เมื่อ วันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๘ กรุงพนมเปญแตก เขมรแดง ปกครองประเทศกัมพูชา จนเขมรแดง สิ้นอำนาจลง เมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๒ วันเวลา ๓ ปี ๘ เดือน ๒๐ วัน แขมรแดง ได้ทำการล้างเผ่าพันธุ์ เพื่อนร่วมชาติ ชาวเขมรด้วยกัน ตายไปราว ๆ  ๓ ล้านคน สาเหตุ ที่ชาวเขมรแดง ฆ่าคนเขมรด้วยกัน เพราะปัญหา ชนชั้น เขมรแดง ต้องการขจัดชนชั้น ปัญญาชน ในเขมรให้หมดสิ้นไป เรียกว่า จะสร้างสังคมเขมร ขึ้นมาใหม่ โดยใช้กรรมกร หรือชาวนา ชนชั้น กรรมมชีพ เป็นแกนหลัก ในการสร้างชาติ ให้เป็น สังคมเสรีภาพ ในระดับเดียวกัน ตามระบอบคอมมิวนิสต์ กว่าจะยุติลงได้ คนเขมร ก็ตายไปถึง สามล้านกว่าคน จำนวนมาก ยิ่งกว่าฮิตเลอร์ฆ่ายิว ใน สงครามโลก ครั้งที่สอง สียอีก ส่วนกรรมวิธีการฆ่าคน ของเขมรแดง ก็โหดจนนรกเมิน คือ ให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทุกคน ขุดหลุมขนาดใหญ ่เตรียมฝังตัวเอง หลังจากนั้น ก็ใช้จอบ หรือฆ้อน ทุบหัวจนตาย เสร็จแล้ว ก็โยนลงหลุม
ภายในทุ่งสังหาร เราจะเห็น ร่องรอยของหลุมฝังศพขนาดใหญ่ มากมาย หลายร้อยหลุม เต็มท้องทุ่งไปหมด หัวกระโหลก ที่ขุดมาได ้นำมาบรรจุ ในโกฐตู้กระจก ขนาดใหญ่ ความสูง ประมาณ ๓๐ เมตร เรียงเป็นชั้น ๆ จนเต็มโกฐ ส่วนชั้นล่างสุด เป็นเสื้อผ้า ของผู้ตาย กองสุม ๆ กันนับพันชุด

ค่าเข้าชม ท่านละ ๒ usd
เปิดให้นักท่องเที่ยว เข้าชมเวลา ๐๘.๐๐ – ๑๗.๐๐ ทุกวัน

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Create a free website or blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: