Accomtour’s Weblog

November 13, 2008

ย่างกุ้ง

YAGON

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

SHWE DAGON PAGODA

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุด ของประเทศพม่า มีความสูง ถึง 326 ฟุต เป็น มหาเจดีย์สถาน 1ใน 5 แห่ง ใน ประเทศพม่า เป็น มหาเจดีย์ ที่บรรจพระเกศา รวม 8 เส้น ของพระพุทธเจ้า มีประวัต ตำนานเก่าแก่ กว่า 2500 ปี ตั้งแต่ ที่ย่างกุ้ง ยังเป็นดินแดน ของมอญ มีชื่อเดิม ว่า “ดากอง” หรือ “ตะเกิง” ก่อนจะถูกพม่ายึดครอง แล้วเปลี่ยน ชื่อเป็น “ย่างกุ้ง” ชเวดากอง แปลว่า เจดีย์ทอง แห่งเมืองดากอง พระมหากษัตริย์มอญ คือ พระเจ้าโอกะลาปะ ทรงเลื่อมใส และศรัทธา ในพระพุทธ ศาสนา ได้ทรง ก่อสร้างองค์ พระเจดีย์ชเวดากอง ขึ้นมาเมื่อกว่า 2000 ปีก่อน ต่อมา พระมหากษัตริย ์มอญ และพม่า แทบทุกพระองค์ ได้ ถือเป็น พระราชภารกิจ ในการก่อเสริม องค์พระเจดีย์ ให้สูงใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนสูง ถึง 326 ฟุต กว้าง 1355 ฟุตในปัจจุบัน โดยเฉพาะ ในสมัยพระนาง ซินสอบู หรือ นางพระยา ตะละแม่ท้าวเจ้า กษัตรีมอญ ผู้ครอง เมืองหงสาวดี ได้ทรงริเริ่ม ธรรมเนียม บริจาคทองคำ เท่าน้ำหนัก พระองค์เอง ในการบูรณะ พระมหาเจดีย์ นับตั้งแต่ ทรงขึ้นครองราชย์ใน ปี พ.ศ.1996 (ตรงกับ สมัยสมเด็จพระบรมไตยโลกนาถ แห่งกรุงศรีอยุธยา) จนกลายเป็น พระราชพิธีที่ปฎิบัติ สืบต่อกันมา
มหาเจดีย์ ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่ เป็นน้ำหนัก ถึง 1100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า จะใช้ทองคำแท้ ตีเป็นแผ่น ปิดองค์เจดีย์ ไว้รอบองค์ หากสังเกต ในรายละเอียด จะเห็นรอยต่อ ของแผ่นทองคำ ซึ่งมิได้ผสานเป็นเนื้อเดียว แต่จะเป็นแผ่นๆ มาเรียกกัน ครั้งเมื่อแผ่นทองหมองคล้ำ ก็จะถอดหมุดแล้วแกะแผ่นทองออกมาขัดล้างปีละครั้ง เป็นประเพณีสืบเนื่องกันมาตลอด สุวรรณฉัตร หรือ ทององค์ใหญ่บนยอดเจดีย์ชเวดากอง เคยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เท่าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์พม่า 3 ครั้ง คือ ครั้งแรก ในปี พ.ศ.2317 รัชสมัยพระเจ้าฉินบูชิน ทรงถวายสุวรรณฉัตรองค์ใหม่ รูปทรงพม่า แทนองค์เดิมที่เป็นรูปทรงมอญ โดยโปรดฯให้ระฆังเงินระฆังทอง และทองแดง รวม 600 ใบ และมีเพชรประดับโดยรอบด้วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ต่อมา เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เป็นเหตุให้สุวรรณฉัตร หักตกลงมา จึงมีการบูรณะครั้งที่สองในปี พ.ศ.2414 รัชสมัยพระเจ้ามินดง โดยทรงบริจาคพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อสร้างฉัตรใหม่ จนร่ำลือกันว่า ยอดฉัตรแห่งชเวดากองนั้น ประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่า คิดเป็นมูลค่ากว่า 62000 ปอนด์ ในสมัยนั้น โดยเฉพาะยอดเจดีย์ประดับระฆังใบเล็กถึง 5000 ใบ ครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2542 พุทธศาสนิกชนชาวมอญพม่า ได้พร้อมใจกันเปลี่ยนสุวรรณฉัตรองค์ใหม่ ถวายพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาแห่แหนมามืดฟ้ามัวดิน ร่วมทำบุญ ถวายปัจจัย บางคนถึงกับถอดแหวนเพชร สร้อยทองเครื่องประดับอัญมณีนานาชนิด ประดับสุวรรณฉัตรองค์ใหม่ด้วยแรงศรัทธาสูงส่ง
รอบๆ องค์พระเจดีย์ชเวดากอง เป็นลานกว้าง รองรับแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนได้จำนวนมาก บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศ
จะมีวิหารโถง สร้างด้วยเครื่องไม้หลังคาทรงปราสาท ปิดทองล่องชาด ประดับกระจก ทั้งหลัง ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา เพราะชาวมอญ และชาวพม่า ถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากองเป็นนิตย์ จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนานับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษัณรอบองค์เจดีย์
นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ ยังมีพระประจำวันเกิด ประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ทิศทั้งแปดของชาวพุทธ
ชาวพม่านับถือทิศทั้งแปดเหมือนกับคนไทย โดยรอบจักรวาลแบ่งเป็น 8 ทิศ ดังนี้คือ
วันอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีครุฑ
วันจันทร์ ทิศตะวันออก มีเสือ
วันอังคาร ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีสิงห์
วันพุธ (เช้าหรือกลางวัน) ทิศใต้ มีช้างมีงา
วันพุธ (เย็นหรือกลางคืน) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีช้างไม่มีงา
วันพฤหัสบดี ทิศตะวันตก มีหนู
วันศุกร์ ทิศเหนือ มีหนูตะเภา
วันเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีพญานาค

การบูชาชเวดากอง

1.ไหว้พระประธานที่วิหารโถงทิศใดทิศหนึ่ง โดยสวดมนต์ภาวนา หรือจุดธูปเทียนและถวายดอกไม้ด้วยก็ได้
2.ไหว้พระประจำวันเกิด จุดธูปเทียนถวายดอกไม้
3.สรงน้ำพระเท่าจำนวนอายุ (บวกหนึ่ง)
4.เดินประทักษิณ (วนขวา) ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรรอบเจดีย์หนึ่งรอบ
5.ร่วมบริจาคจตุปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงองค์พระเจดีย์ ค้ำจุนพระศาสนา (ตามกำลังศรัทธา)
6.ตีระฆังที่ตั้งไว้รอบพระเจดีย์ (ใบใดใบหนึ่ง) ให้เทพยดาบนสรวงสวรรค์อนุโมทนารับส่วนบุญ (สาธุ)

แนะนำในการเข้าชมมหาเจดีย์ชเวดากอง

1.ห้ามผู้ชายและผู้หญิงนุ่งกางเกงขาสั้น
2.ห้ามสวมถุงน่อง รองเท้าทุกชนิด (เพื่อเป็นการเคารพสถานที่)
3.นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องชำระค่าเข้าชมคนละ 5 ดอลล่าร์ แล้วต้องติดสติกเกอร์สีประจำวันไว้ที่หน้าอกเพื่อแสดงไว้ ว่าได้ชำระค่าเข้าชมแล้ว (หากท่านไม่ติดสติกเกอร์ อาจมีเจ้าหน้าที่มาสอบถามท่านครับ)
4.การเที่ยวชมมหาเจดีย์ชเวดากอง ให้เดินวนทางขวามือ

หมายเหตุ มหาเจดีย์ชเวดากองเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน

ตั้งแต่ 04.00 น. – 21.00 น. ทุกวัน

SULE PAGODA

เจดีย์สุเล

เจดีย์สุเล เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม กลางเมืองย่างกุ้ง เป็นเจดีย์ ที่มีรูปทรงสวยงามที่สุด ในประเทศพม่า สร้างในสมัย ที่อังกฤษยัง ปกครองพม่าอยู่ เป็นทองเหลืองอร่าม จนมีคนเปรียบเทียบไว้ว่า ” เจดีย์ชเวดากองนั้น เปรียบเสมือน วิญญาณของชาวพม่า และ เจดีย์สุเล เปรียบเสมือน หัวใจ ” เจดีย์นี้ สันนิษฐานว่ามีอายุกว่า 2000 ปีมาแล้ว ภายใน เป็นที่ประดิษฐาน ของพระเกศาธาตุอีก เช่นกัน เจดีย์นี้สูงประมาณ 50 เมตร มีลักษณะพิเศษ คือ รูปทรงแปดเหลี่ยม ฝั่งตรงข้าม ของเจดีย์มี ” สวนสาธารณะ มหาบัญฑุละ ” ภายในสวนมี อนุสาวรีย์อิสระภาพ รูปเสาแหลมสูง 40 เมตร ล้อมรอบ ด้วยเสาหินสูง 9 เมตร 5 ต้น แทน รัฐที่ปกครองตนเอง กึ่งอิสระ 5 รัฐ คือ ฉาน กะฉิ่น กะยิน(กะเหรื่ยง) กะยา และ ชิน
อาคารโดยรอบ สร้างตามแบบศิลปะวิกตอเรีย มี อาคารศาลฏีกา และ ศาลอุธรณ์

BO TAH TAUNG PAGODA

เจดีย์โบตะทาวน์

เจดีย์โบตะทาวน์ (หมายถึง ทหารพันนาย) ที่สร้างขึ้น เพื่อบรรจุ พระบรมธาตุที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูปได้นำมา เมื่อ 2000 ปี
พระเจ้า โอกะลาปะ กษัตริย์มอญ ทรงบัญชา ให้นายทหารระดับแม่ทัพ ตั้งแถวถวายสักการะ แด่พระเกศธาตุ ที่นายวาณิช สองพี่น้อง อัญเชิญมาทางเรือ และมาขึ้นฝั่ง เมืองตะเกิง หรือ ดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้าง เจดีย์โบตะทาวน์ ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้ง แบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ ก่อนนำไป บรรจุในมหาเจดีย์เวดากอง และ เจดีย์สำคัญอื่นๆ เจดีย์โบดาทาวน์ จึงเป็น หนึ่งใน มหาบูชาสถาน ของชาวมอญ และพม่าเรื่อยมา จนกระทั่ง เกิดสงครามโลก ครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตร ได้ทิ้งระเบิด ถล่มย่างกุ้ง ทำให ้เจดีย์โบดาทาวน์องค์เดิม ถูกทำลายพินาศ แต่ ในระหว่างการบูรณะ ได้ค้นพบ ผอบทรงสถูป บรรจุพระเกศธาตุ และ พระบรมสารีริกธาต เมื่อเจดีย์โบดาทาวน์ องค์ใหม่ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496 จึงนำ พระเกศธาตุ มาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทาง ให้พุทธศาสนิกชน เดินเข้าไปดู และสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐาน ในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็น พุทธรูปปางมารวิชัย ที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนักตามประวัติว่า เคยประดิษฐาน อยู่ใน พระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้นเมื่อ พม่าตกเป็น อาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยัง พิพิธภัณฑ์ กัลกัตตา ในอินเดีย ทำให้รอดพ้น จากระเบิด ของฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาใน ปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ ถูกจัดไปแสดง ที่ พิพิธภัณฑ์ วิกตอเรีย และ แอลเบิร์ต นอกจาก พระพุทธรูปทองคำแล้ว ยังมี พระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเก็บรักษาไว้ ในตู้กระจก อยู่ใกล้ๆ กับวิหาร พระทองคำ และด้านซ้ายมื้อ จะมีรูปปั้น นัต หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวมอญ และพม่า นิยมมากราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่า อธิษฐานขอสิ่งใด แล้วจะสมปรารถนาทันใจ
วิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัต) เพื่อขอสิ่งใด แล้วสมตามความปราถนา ก็ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะ มะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆ มาสักการะ นัตโบโบยี จะชอบมาก จากนั้นก็ให้เอาเงิน จะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้ แล้วเอาไป ใส่มือของนัต สัก 2 ใบ ไหว้ขอพร แล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้น ก็เอาหน้าผากไปแตะ กับนิ้วชี้ของนัตโบโบยี แค่นี้ ท่านก็จะสมตามความปราถนา ที่ขอไว้ครับ

KYAIKHTIYO PAGODA

พระธาตุอินทร์แขวน

สถานที่ตั้ง พระธาตุอินทร์แขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า บนยอดเขา PAUNG LAUNG เหนือระดับ น้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และตามความเชื่อล้านนาเชื่อว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีจอ
ไจ้ก์ทิโย ในภาษามอญ หมายความว่า หินรูปหัวฤๅษี โดยมีตำนานเล่าขานกันในสมัยพุทธกาล
ตำนานแรกเล่าว่า ฤาษีติสสะผู้หนึ่งได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าที่ได้มอบให้ไว้เป็นตัวแทนพระพุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้นได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ แต่ว่าฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม พอเวลาล่วงเลยถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขาร โดยมีความตั้งใจจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของตน จึงให้พระอินทร์ช่วยหาก้อนหินที่มีลักษณะเหมือนกับศีรษะ ซึ่งได้มาจากใต้ท้องมหาสมุทร และก็ให้พระอินทร์นำมาวางหรือแขวนไว้บนภูเขาหิน จึงเป็นที่มาของชื่อ ” พระธาตุอินทร์แขวน ” แต่ชาวพม่าและชาวมอญจะเรียกพระธาตุอินทร์แขวนว่า ” ไจก์ทิโย ” ซึ่งเป็นภาษามอญ หมายถึง เจดีย์บนหินที่มีรูปร่างคล้ายศีรษะฤๅษี
อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า มีฤๅษีองค์หนึ่งซ่อนพระเกศาที่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้นมาโปรดสัตว์ในถ้ำไว้ในมวยผมมาเป็นเวลานาน เมื่อใกล้ถึงวาระที่จะต้องละสังขารจึงตัดสินใจมอบพระเกศาให้กับพระเจ้าติสสะ กษัตริย์ผู้ครองนครแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรของลูกศิษย์ที่นำมาฝากให้ฤๅษีช่วยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก แต่ก่อนอื่นพระเจ้าติสสะต้องหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะของฤๅษี โดยมีพระอินทร์เป็นผู้ช่วยค้นหาจากใต้สมุทรนำมาวางไว้ที่หน้าผา
เจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน
เจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน เป็นนวนิยายขนาดสั้น ของมาลา คำจันทร์ ได้รับรางวัลซีไรต์
เนื้อเรื่องโดยย่อ
เปิดตัว ที่ปี พ.ศ. 2461 เจ้าจันท์เป็นเจ้าหญิงล้านนาคนงาม เธอต้องเดินทางไปบูชาพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดที่อยู่ในเขตพม่าใกล้เมืองเชียงใหม่ ด้วยความตั้งใจว่าจะตัดผมหอมบูชาพระธาตุ ตำนานเล่าว่าผู้ใดที่ปูผมลอดพระธาตุได้ จะสมหวังในสิ่งใดก็ตามที่ตั้งใจไว้และสำหรับเจ้าจันท์แล้ว เธอกำลังต้องการให้ความหวังที่มีอยู่เป็นความจริง
การเดินทางไปไหว้พระธาตุอินทร์แขวนนั้น ก็ต้องใช้เงินและบริวาลในการเดินทางซึ่งเดินทางกันเป็นแรมปี โดยพ่อเลี้ยงได้ให้สัจจะว่าหากเจ้าจันท์ปูผมหอมลอดพระธาตุได้ เขายินดีจะให้เจ้าจันท์แต่งงานกับชายคนรัก แต่ถ้าหากว่าเส้นผมเจ้าจันท์ลอดพระธาตุไม่ได้ ก็ต้องแต่งานกับเขา
เจ้าจันท์เดินทางไปกับบริวารและพ่อเลี้ยง ผู้ที่พ่อและแม่ของเจ้าจันท์เห็นว่าเจ้าจันท์ควรแต่งงานด้วย แต่เจ้าจันท์มีเจ้าพี่อินทะเป็นคนรักอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าอินทะเป็นคนจน รูปหล่อและแต่งโคลงกลอนได้หวานจับใจ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างพ่อเลี้ยงกับเจ้าพี่อินทะ พ่อเลี้ยงเป็นแค่คนรว แต่ประมาณว่ารูปชั่วตัวดำ ซึ่งไม่เป็นที่ต้องใจของเจ้าจันท์นัก
การเดินทางไปไหว้พระธาตุพระธาตุในครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องตัดสินชีวิตและหัวใจของเจ้าจันท์ ที่จะได้พิสูจน์หัวใจตนเองและได้รู้จักน้ำใจพ่อเลี้ยงที่แม้จะรักเธอเพียงใด…..

Leave a Comment »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Blog at WordPress.com.

%d bloggers like this: